saleforce social studio

Saleforce Social Studio – Social Listening Tool

รีวิว Social Listening/Monitoring Tool ระดับโลก Saleforce Social Studio

ข้ามมาเล่า Social Listening/Monitoring Tool ระดับโลกและน่าจะแพงที่สุดในโลกนะครับ

Saleforce Social Studio เป็น Platform ย่อยๆตัวนึงของ Saleforce Marketing Cloud สำหรับ UI หลักๆของ Social Studio จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ
1. Publish
เป็นส่วนที่ให้ Social media team, Content Marketing Team เข้ามาบริหารจัดการ schedule ในการ Publish Post ต่างๆในทุกๆ Social Channel
Saleforce Social Studio

และยังดู Performance ของ Contentที่เคย Publish ไปได้ที่นี่
*ส่วนนี้คือ Collaborate Tool

2.Engage
เป็นส่วนที่ให้ Team บริหารจัดการcomment, messaging ของ Offficial Account ทุกๆ Chennel ไว้ที่เดียว ทั้ง Facebook, Twitter, IG, Youtube ครับ
Saleforce Social Studio

และสามารถ Monitor Topic/Keyword ในทุกๆ Social เพื่อดู Trend,sentiment ต่างๆได้ที่นี
*ส่วนนี้คือ Listening/Monitoring

3. Analyze
เป็นส่วนที่ให้ Team เข้าไปดู Efficiency ของ Content ต่างๆ เช่น Post Volume, Fan Trend,Engagement Trend
Saleforce Social Studio

อ่าน Review Saleforce Marketing Cloud ทั้งหมดที่นี่ครับ
https://www.martechthai.com/technology/review-saleforce-marketing-cloud/

หรืออ่านเพิ่ม > รวมฮิต Social Listening Tools Thailand รวมเครื่องมือโซเชี่ยลของไทย


ติดต่อขอรับคำปรึกษาด้าน Marketing และ Technology

  • ให้คำปรึกษาตั้งแต่การวาง Technology Roadmap
  • การเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ธุรกิจที่สุด
  • การวาง Data Foundation ให้รองรับสเกลของธุรกิจ
  • การ Implement Platform อย่างมีระบบ
  • การทำ Change Management และการติดตามการ Adoption
  • ควบคุมการบริหารโครงการด้วยผู้มีประสบการณ์ตรง
  • รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 2 Projects / เดือน
Email : [email protected]


Similar Posts

  • 5 กลุ่ม SEO tool สำหรับ Search Marketing (เน้นฟรี)

    SEO tool ที่มีประโยชน์สำหรับ Search Marketing

    เชื่อว่านักการตลาดทุกคนที่ใช้ Website เป็น Channel หลักๆในการเข้าถึงลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเก็บ Lead หรือเพื่อการสร้างยอดขาย (Sale Value)  จะเห็นว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าผ่าน Search engine ไม่ว่าจะเห็น Paid search หรือ Organic search  มักจะมีคุณภาพสูง
    เนื่องจากการที่ลูกค้าตั้งใจค้นหา website ต่างๆ จะเป็นลูกค้าที่น่าจะอยู่ใน Consideration stage หรือพร้อมที่จะซื้อสินค้าและบริการของเราค่อนข้างสูง

  • |

    Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องของ Technology

    จากการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารทั่วโลกโดย Wall Street Journal เรื่อง Risk Factor ในการดำเนินธุรกิจของปี 2019หัวข้อที่ได้รับความกังวลเป็นอันดับ 1 คือ Digital Transformation (DT)
    ทั้งนี้จากการเริ่มต้น(initiative & pilot) DT ขององค์กรต่างๆทั่วโลกในปี 2018ทั้งหมด มี 70% ตอบว่าที่ยังรู้สึกห่างไกลจาก Goal ที่ตั้งไว้…

    โดยพื้นฐาน ส่วนใหญ่ DT เป็นเรื่องการเพิ่มประสิทธิผลของสินค้าและบริการ และเป็นเรื่องของการเข้าถึงและเข้าใจCustomer ….ถ้าผู้คนยังไม่มี Mindset ที่ดีพอเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยน (change) Technology ที่นำเข้ามาจะเปรียบเสมือนแว่นขยายข้อบกพร่องต่างๆ (magnify the flaws)

  • Competitor Research & Monitor Tool เครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่ง

    Competitor Research & Monitor Tool เครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่งในทุกๆแง่มุม

    สำหรับนักการตลาด นอกจากการทำงานของตัวเองแล้ว ปฎิเสธไม่ได้ว่าเราก็ต้องพยายามติดตาม/วิเคราะห์  คู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน เพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการต่างๆให้ดียิ่งๆขึ้นนะครับ

    สำหรับ การทำงานด้าน Competitor Research / Monitor / Tracking
    เราจะใช้ Tool และ Technologies ต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในด้านต่อไปนี้ครับ
    1.เปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ด้าน Brand Awareness จาก
    – จำนวนครั้งที่ ชื่อ Brand, ชื่อ Product ของเราหรือคู่แข่ง ถูกนำไปค้นหาผ่าน Search Engine  (Search Volume)
    – จำนวน Traffic ที่เข้าผ่าน Website ทาง Direct  หรือ Organic (สะท้อนการถูกนึกถึงหรือ  Top of Mind)
    2.ติดตาม/วิเคราะห์ Social media ของคู่แข่งหรือPartner
    – ด้านคุณภาพการ Engagement ต่างๆ Like, Comment, Share
    – Content analytic เพื่อนำมาเป็น Benchmark/Baseline ในการทำ Content marketing ของเรา
    – ด้านคุณภาพของ Fan / Follower เพื่อวิเคราะห์หา Influencer network ต่างๆของคู่แข่ง

    ตัวอย่าง Tool ที่แนะนำ
    – Similarweb ราคา คืออะไร
    – Fanpage Karma
    – Buzzsumo
    – Google Adword (Keyword Planner)
    – Web CEO

  • |

    กรณีศึกษา ธุรกิจที่ Digital transformation แล้วประสบความสำเร็จ

    เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และจุดประกายให้ผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆ หันมาให้ความสำคัญกับ Digital transformation ผมเลยเรียบเรียงกรณีศึกษาในองค์กรระดับโลก ที่ประสบความสำเร็จมาให้ทุกท่านทำความเข้าใจครับ

    ก่อนอื่นผมขอเกริ่นถึงเป้าหมายสำคัญ (Ultimate Goal) การ transformation มักจะแบ่งได้เป็น 4 รูปแบบใหญ่ๆดังนี้
    1. Improve digital customer experience
    – เพื่อเพิ่ม Brand Loyalty
    – รายได้ (revenues)
    – ประสิทธิภาพการผลิต (productivity)
    – การซื้อซ้ำ Cross sale, Up sale
    2. Streamline business processes เพื่อ
    – ปรับปรุงกระบวนการทำงานในองค์กร (seamless process)
    – ลดต้นทุนการผลิต(Cost reduction)
    – เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระหว่างคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ(supply-chain & partners integration)
    3. Optimize infrastructure and operations.
    – เพื่อลดความซับซ้อนในการทำงาน (reduce complexity)
    – สามารถคำนวนปัญหา (Predictive) หรือ Crisis ล่วงหน้า(solve issues before occur)
    – ควบคุมการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Control over assets)
    4. Gain insights from analytics to make better decisions
    – ใช้ Data ในการตัดสินใจได้ชัดเจน (Data-driven Decision)
    – ทั้งองค์กรมี KPI ร่วมกัน (Break KPI silo)