digital transformation

Digital Waves : จากยุค Internet สู่การยึดครองของ Mobile พร้อมรับคลื่นลูกใหญ่ IOT และ Artificial Intelligence

Digital Waves : จากInternetพื้นฐาน สู่การยึดครองของMobile พร้อมรับคลื่นลูกใหญ่ IOT และ Artificial Intelligence

ปี 2000-2010
ยุดแรกๆ Internet คือคลื่นลูกแรกที่ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจทำให้เกิด
– การเข้ามาของ E-commerce การซื้อขายผ่าน Marketplace ต่างๆ
– การมี business model ใหม่ๆ ที่เข้ามา disruption ธุรกิจแบบเดิม
– การค้นหาข้อมูลสินค้า (Discover) , การพิจารณาคุณประโยชน์สินค้า (Considering) ผ่าน Internet
– การ Review สินค้า โดย Influencer หรือ Blogger
– การ Complain สินค้าหรือบริการผ่าน Community hub ต่างๆเช่น Pantip.com
บทบาทของ Digital Marketing ในยุคนี้จะให้ความสำคัญในเรื่องของ Search engine enhancement , การซื้อ Online Ad เพื่อ traffic ใหม่ๆ, การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าผ่าน Social media, การทำ Video  Viral เป็นต้นช่วงปี 2010-2015
Mobile internet ถือคลื่นลูกที่2 ที่ตามมาจากการเติบโตของ smartphone หรือ tablet ต่างๆ  ทำให้เกิด Paradigm shift ในด้านต่างๆเช่น
ด้าน User bahavior
– พฤติกรรมการเข้าถึง Internet ทุกที่ ทุกเวลา
– การ Tracking data ได้แบบ Multi-channels
– สามารถทำ Micro-Segmentation แยกย่อยได้ละเอียดมากขึ้น
ด้าน Mobile, Technology/Application
– การเข้ามาของ Responsive design
– การมี Business model ใหม่ๆผ่าน Tech startup
– การเข้าถึงcontent ประเภท Augment Reality


บทบาทของ Digital Marketing ในยุคนี้จะให้ความสำคัญกับการออกแบบ Customer journey, การออกแบบ UX ของ Display ต่างๆให้ Hybrid ระหว่าง Devices ได้, การมีเครื่องมือในการ Serve Ads ใหม่ๆ, ผสานกับการมีเครื่องมือ Marketing Automation ที่ฉลาดมากขึ้น
ช่วงปี 2015-ปัจจุบัน
ถึงจุดที่ IOT เริ่มเข้ามามีบทบาท จากองค์ประกอบต่างๆคือ
1. ประสิทธิภาพของ Hardware ต่างๆสูงขึ้น รวมทั้งมีขนาดเล็กลง  กินไฟน้อย
2.  Devices ต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกันได้และรวดเร็ว
3. Cloud server มีการประมวลได้รวดเร็ว ผ่าน Fiber boardband หรือ Narrow boardband
4. การคาดหวังว่ าBig data ปริมาณมากมายที่ได้จาก IOT จะสามารถนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์เชิง Data-driven ได้

สำหรับ IOT devices สามารถแบ่งแยกประเภทตาม application ได้ดังนี้
– RF infrared
– Humidity sensor
– Motion, Fire Detectors
– Cctv
– Lighting control system
– Access control เป็นต้น

สำหรับ Barriers to  adoption หรือกำแพงในการเข้าถึงเทคโนโลยี IOT ที่สำคัญคือ
– Unclear business contextual  หรือตีโจทย์ธุรกิจไม่แตก ทำให้ไม่สามารถมองเห็น oppotunity จาก technology
– Technology first mindset ไม่ควรมอง IOT as a single Technology แต่ควรมองหาโอกาสการ transform data structure และ Action from Insight
– การวางโครงสร้าง Infrastructure หรือ platform ใหม่  ต้องใช้ทักษะในการออกแบบเพื่อให้ scaling ได้ในอนาคต

ช่วงปี 2020 เป็นต้นไป
จะเป็นยุคของ Artificial intelligence (AI) ปัญญาประดิษฐ์  เป้นยุคที่ Cloud computor มีความสามารถในการ Learning ได้หลายๆด้านเช่น
– Face recogniton การจดจำใบหน้าด้วย Algorithms
– Voice recogniton
– Language interpretation

ระบบการจัดเก็บหน้า ลายนิ้วมือจาก Sansiri

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในปัจจุบันได้แก่
– Chat bot ต่างๆ
– การสั่งการ Siri,  Amazon Alexa
– การจดจำหน้าเพื่อนใน Faebook ด้วยการ Auto tag
– Technology ด้าน Robotic ต่างๆเริ่มพัฒนาไปใช้งานในลักษณะ Human Assistant หรือเป็นผู้ช่วยมนุษย์มากขึ้น
robot ai

ท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกท่านพยายามเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา
– อย่ากลัวที่จะDisrupt ของเก่าเพียงเพราะมันดีอยู่แล้ว
– อย่ากลัวที่จะbreak the barrierเพราะต้องศึกษาข้อมูลมากมาย
เพราะ Business model อะไรก็ตามที่เราเชื่อว่ามันWorkอยู่แล้ว สักวันจะมีคนจากวงนอกมา Disrupt model ของท่าน ฉะนั้นแล้วจะนั่งเฉยๆรอวันนั้น หรือจะลุกขึ้นมา disrupt ตัวเองจากสิ่งเดิมๆ Make your own choice.

หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามผมได้ที่กลุ่ม >>  Marketing Tech Thailand
Digital Transformation Group

Reference
How Digital Technology Will Transform the World
https://bensontao.wordpress.com/2013/10/06/vivante-internet-of-things/
https://www.softbankrobotics.com/emea/en/robots/pepper

Facebook Comments