8 เทรนด์การทำตลาดอสังหาฯ ที่น่าสนใจในปี 2023

8 เทรนด์การทำตลาดอสังหาฯ ที่น่าสนใจในปี 2023 ที่ทำแล้วปัง ได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งด้านการมีส่วนร่วมใน Social Media (Engagement) และกลยุทธ์บางตัว ได้กระแสการพูดถึงในแบบ Viral Marketing (Earned Media) ผมสรุป เทรนด์ที่ต้องจับตา สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือ Real Estate Developer มาดังนี้

  1. Pet Friendly Property  ที่อยู่อาศัย สำหรับคนรักสัตว์
  2. Metaverse Pioneer โลกเมตะเวิร์สที่กำลังใช้ได้จริง
  3. Collaborate Branding การเพิ่มฐานแฟนจากแบรนด์อื่นๆ
  4. New Powerful of StoryTeller ผู้เล่าเรื่องหน้าใหม่ที่ต้องจับตา
  5. Seasonal Content Trends เกาะกระแสคอนเทนท์ตามเทศกาล
  6. Brand with Purpose ในยุคที่แบรนด์ก็ต้องมีหัวใจ
  7. Dream Destination Conceptual เชื่อมโยงโครงการกับสถานที่ทั่วโลก
  8. Boost Engagement by Quiz เพิ่มการมีส่วนร่วมด้วยกิจกรรม

Pet Friendly Property ที่อยู่อาศัย สำหรับคนรักสัตว์

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน ผู้คนนิยมเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อน ไม่ว่าจะสาเหตุเกิดจากคนอยู่คนเดียวมากขึ้น หรือคู่สามีภรรยาที่ไม่นิยมมีลูก ต่างก็หันมาเลี้ยงสัตว์ เพื่อคลายเหงากันมากมาย นักการตลาดอสังหาฯชั้นนำหลายๆบริษัทก็มองเห็นโอกาสนี้ เลยคิดแคมเปญ และกันมาจับกลุ่ม “Potential” ที่ชอบเลี้ยงสัตว์กันมากมาย ตัวอย่างแคมเปญที่น่าสนใจได้แก่

Major petscape จาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ 

Pet-Friendly-Property-Campaign-major

รวมคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จาก Bangkok Citismart

Pet-Friendly-Property-Campaign

Metaverse Pioneer โลกเมตะเวิร์สที่กำลังใช้ได้จริง

จากกระแส Metaverse ที่มาแรงในปี 2022 โดยเฉพาะจากการโดดลงมาเล่นเรื่องนี้อย่างเต็มตัว บริษัทอสังหา ของไทยก็ริเริ่มบุกเบิกในการนำ Technology ที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse มาใช้งานทั้งด้านการตลาด เช่นนำเสนอสินค้าในโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) หรือใช้ในการสื่อสารการตลาดเช่น ใช้สร้าง Avatar เพื่อเป็นตัวแทนของผู้บริหาร

ตัวอย่าง การสร้าง SC Asset Verse เพื่อเปิดให้ลูกค้าได้เยี่ยมโครงการต่างๆใน Verse ของตัวเอง

sc-asset-metaverse

และการใช้ Avatar ของ คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ CEO ของ SC Asset ในงานแถลงแผนธุรกิจ


Collaborate Branding การเพิ่มฐานแฟนจากแบรนด์อื่นๆ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสการคอลแลบ หรือ Collaborate Branding ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยข้อดีของการทำ Collaborate Branding ที่สำคัญก็คือ บริษัมอสังหาส่วนใหญ่ เป็นบริษัทเก่าแก่ มีอายุของบริษัทนับ 10 ปีขึ้นไป ทำให้รู้สึกว่า Brand หรือ Image ของบริษัทไม่สดใส

แต่การจะรื้อ Brand ใหม่หมด ย่อมใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และกระทบกับโครงการอสังหาทั้งที่กำลังวางแผนจะพัฒนาใหม่ และโครงการเก่าๆที่มีอยู่ ทำให้การ Revamp Brand ใหม่ทั้งหมดเป็นไปได้ยาก

การ Collaborate Branding จึงมีประโยชน์มากมายเช่น

  • การเพิ่มฐานแฟนจากแบรนด์อื่นๆ ที่มี Persona ใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายที่มองหา
  • ปรับโทน CI ได้หลากหลาย
  • ทำให้ Brand สดใสมากขึ้น

ตัวอย่างการทำ Collaborate Branding ที่น่าสนใจได้แก่

Sansiri X ขายหัวเราะ ที่ทำให้ภาพของ แสนสิริ ดูผ่อนคลายมากขึ้น

sansiri-co-creation-campaign

ANANDA X Scratch First ผู้สร้างสรรค์เฟสติวัล Wonderfruit


New Powerful of StoryTeller ผู้เล่าเรื่องหน้าใหม่ที่ต้องจับตา

การเลือกใช้ตัวแทน หรือ Presenter มาเล่าเรื่องหรือนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ อวาตาร์ ซึ่งทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการจ้าง Talent, นำเสนอมุมมองได้ไม่จำกัด, เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ Niche หรือเฉพาะกลุ่มได้ดี โดยสามารถ

ใช้คนรุ่นใหม่ หรือผู้มีชื่อเสียงในการเล่าเรื่อง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น ศุภาลัย กับแคมเปญการทำคอนเทนท์เล่าเรื่องที่ชื่อว่า “พื้นที่หาทำ” ที่สามารถนำเสนอพื้นที่ในบ้านได้ผ่านผู้มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ

supalai-campaign

Siriplace ของ Sansiri ใช้ Virtual Influencer หรือสัตว์เลี้ยงน่ารักเดินเส้นเรื่องให้น่าสนใจ

realestate-storyteller

Seasonal Content Trends เกาะกระแสคอนเทนท์ตามเทศกาล

ในบาง Brand ช่องทาง Social Media นอกจากจะมีว่าเล่าเรื่องหรือนำเสนอสินค้าแล้ว การทำคอนเทนท์ประเภทเกาะกระแสไปตามเทศกาล ก็ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมกับโพส และเกิดความรู้ดีๆกับ Brand นั้นๆก็ได้ ตัวอย่างการทำ Seasonal Content ที่น่าสนใจ ได้แก่

อนันดา กับการทำคอนเทนท์ และสนับสนุนเทศกาลกินเจ

seasonal-trend

Sansiri กับการสร้างกิจกรรมหรือ Storydoing สนับสนุนเทศกาลกินเจ ในจังหวัดภูเก็ต


Brand with Purpose ในยุคที่แบรนด์ก็ต้องมีหัวใจ

ในปัจจุบัน การพยายามสร้าง Brand ที่มีความรับผิดชอบกับสังคม ให้ผู้บริโภคเห็น ก็เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับ และทำให้ผู้บริโภคจดจำ Brand with Purpose จึงเป็นมากกว่า CSR ทั่วไป แต่เป็นการทำให้แบรนด์จับต้องได้ มีหัวใจ มีความรู้สึกสะท้อนไปยังผู้คนทุกกลุ่ม

ตัวอย่างการทำ Brand with Purpose ที่น่าสนใจ
1. Pruksa กับการรณรงค์เรื่อง Ozone Day 2. Sansiri กับการช่วยเกษตรกรซื้อขิง ที่ราคาตกต่ำ

real-estate-brand-withpurpose

Dream Destination Conceptual เชื่อมโยงโครงการกับสถานที่ทั่วโลก

ปัจจุบันโครงการหมู่บ้าน ทาวน์โฮม ของหลายๆ Brand เริ่มมีการออกแบบด้านหน้า (Facade) หรือสถาปัตยกรรมทั้งหมด ให้มีความหลากหลายสวยงาม และมีคอนเซปท์ที่น่าสนใจ นักการตลาดอสังหา ก็เริ่มที่จะพัฒนาวิธีการสื่อสารการตลาดหรือ Marketing Communication ให้ดูน่าสนใจ โดยตอนที่ออกแบบ Facade ก็ได้มีการคิดธีมของโครงการให้เข้ากับประเทศต่างๆที่น่าสนใจ และคนไทยชื่นชอบ

ตัวอย่าง Dream Destination Conceptual เชื่อมโยงโครงการกับสถานที่ทั่วโลก ที่น่าสนใจได้แก่
1. โครงการ Villaggio ของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่มีการเชื่อมโยงงานสถาปัตยกรรมกับบรรยากาศสแกนดิเนเวีย
2. Sansiri กับโครงการ สิริ เพลส พระราม 2 – วงแหวน ที่เชื่อมโยงงานสถาปัตยกรรมกับบรรยากาศแบบ Amsterdam

real-estate-dream-destination

Boost Engagement by Quiz เพิ่มการมีส่วนร่วมด้วยกิจกรรม

กลยุทธ์ Social Media Marketing ที่น่าสนใจอีกอย่างคือการพยายามทำให้ Followers มีส่วนร่วม (Engagement) กับ Social Media เช่น Facebook Page ของ Brand ให้มากและถี่ที่สุด เพื่อช่วยให้ Algorithm เข้าใจว่า Follower คนนั้นๆมีความสนใจในเนื้อหา Facebook Page เหล่านั้นจริงๆ ทำให้มีแนวโน้มที่ Post ใหม่ๆจาก Page จะได้รับการเปิดการมองเห็นเพิ่ม Reach มากกว่าปกติ

ตัวอย่าง Brand ที่ใช้ Quiz ในการเพิ่ม Engagement ได้ดีได้แก่
1. Pruksa กับการให้ Followers เล่น Quiz ง่ายๆเพื่อให้Page ได้รับ Engagement (Organic) ดีขึ้นเรื่อยๆ
2. Sansiri ที่เชื่อมโยงธีมการลดขยะ ด้วย Quiz ง่ายๆเช่นกัน

Boost-Organic-Engagement-by-Quiz---

สรุป : ทั้ง 8 Trends เป็นวิธีการทำการตลาดที่น่าสนใจ ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดี กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วม เข้าถึงเป้าหมายใหม่ๆได้กว้างขึ้น เพิ่มโอกาสในธุรกิจในมุมใหม่ๆ ผมจึงเห็นว่าในปี 2023 ทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ และจะยังคงได้รับความนิยมต่อไปอีกหลายปี


ดต่อขอรับคำปรึกษาด้าน Marketing และ Technology

  • ให้คำปรึกษาตั้งแต่การวาง Technology Roadmap
  • การเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ธุรกิจที่สุด
  • การวาง Data Foundation ให้รองรับสเกลของธุรกิจ
  • การ Implement Platform อย่างมีระบบ
  • การทำ Change Management และการติดตามการ Adoption
  • ควบคุมการบริหารโครงการด้วยผู้มีประสบการณ์ตรง
  • รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 2 Projects / เดือน

Email : [email protected]


Credit : https://www.livingsneakpeek.com/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4-x-%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0/
https://www.scasset.com/
https://www.major.co.th/th/petscape
https://www.bkkcitismart.com/
https://www.supalai.com/
https://www.ananda.co.th/th/home
https://www.sansiri.com/townhome/siri-place-rama2/th/

Similar Posts