distrup transformation-1850227_1280

8 เทคโนโลยีที่จะ disrupt & transform ด้าน marketing ในปี 2020

กลางปี 2017 มีผล research จาก Couchbase ที่ทำแบบสอบถามไปยังผู้บริหารงานด้าน digital transformation จำนวน 450 คน จากบริษัทขนาดใหญ่ใน U.S., U.K., France, และ Germany

80% บอกว่าบริษัทของตัวเองมีความเสี่ยงที่จะล้าหลังจากการที่ digital innovation projects ต่างๆที่ทำไม่ตอบโจทย์องค์กร ขณะที่ 54% เชื่อว่าการที่องค์กรไม่สามารถปรับตัวได้ จะทำให้ต้องออกจากอุตสาหกรรมหรือโดนกลืนโดยคุ่แข่งภายในเวลา 4ปี โดยทีมที่เสี่ยงที่สุดคือ It leader และมี 73% เชื่อว่าพวกเค้าอาจโดนให้ออก จากความล้มเหลวในการ implement digital project ใหม่ๆ

 

ทั้งนี้ผมตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้บริหารสายงาน marketing และ technology ในทุกระดับ ตระหนักถึงการที่เทคโนโลยีในด้านต่างๆมีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด หน่วยงานของเรามีจุดไหนบ้างที่ต้องระวัง หรือต้องปรับเปลี่ยนในปี 2020 เป็นต้นไป

1. Smartphone Takeover. ยอดผู้ใช้งานผ่านมือถือ ชนะคอมตั้งโต๊ะอย่างสมบูรณ์แบบ ใน2017 ที่ผ่านมายอดผู้ใช้งาน website ผ่านมือถือมีมากกว่า 60%และในปี 2018 ยอดผู้ใช้งานผ่าน mobile devices จะครอบคลุมถึง80%

Credit : https://wearesocial.com
Impact : การออกแบบและทดสอบ website จะเป็นการทำงานแบบ mobile first มากขึ้น และการออกแบบ backoffice หรือ content management system ใหม่ๆจะต้องรองรับการใช้ทรัพยากรร่วมกันกับ native app


2.Voice, AR/VR interfaces will explode. ระบบ interface สำหรับติดต่อกับผู้ใช้ (gui) จะมีความหลากหลายมากขึ้น การเติบโตของ ai จะทำให้การสั่งการด้วยเสียง (voice recognition) แม่นยำขึ้น และการผลิตเนื้อหาประเภท augment reality (ar), virtual reality (vr) จะง่ายขึ้น มี tools ราคาถูกให้เลือกใช้มากมาย และนักการตลาดจะสร้างเนื้อหาเหล่านี้เองได้ผ่าน hardware ที่ราคาไม่แพงมากนัก

http://www.instavr.co/
Impact : จะมี business model ใหม่ๆ หรือ selling tool ใหม่ๆ ที่ทลายข้อจำกัดเก่าๆทางธุรกิจด้วย technology เหล่านี้ เช่น การนำเสนอสินค้าด้วย vr, การใช้ ar เพื่อส่องดูข้อมูลสินค้าในธุรกิจ retail, การสั่งงานรถไร้คนขับด้วยเสียง


3. Marketing Transformation ด้วยความฉลาดของ ai กับการเติบโตของ iot devices ต่างๆ การวางแผนแคมเปญ, การ biding โฆษณา, การ analyse campaign จะง่ายและrealtimeมากขึ้น สามารถวัดผลได้ทั้ง offline, online (omni channel) ได้ในระบบเดียวกัน

ตัวอย่างจาก kaushik.net
Impact : องค์กรใหญ่ๆจะมีการปรับโครงสร้างทีมให้ intregrate มากขึ้น ทั้งนี้ในรอบ10ปีที่ผ่านมาการจัดโครงสร้างทีมในองค์กรต่างๆมักจะแบ่งเป็น 2 แบบคือ
(1) Centralize team คือมีทีม digital ส่วนกลางที่คอย support ทีม marketing communication ในแต่ละBUs (business units) การจัด organization แบบนี้ ข้อดีคือ มี specialist ชัดเจน, มีความ consistency ในชิ้นงาน และใช้ budget ในการซื้อสื่อต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสียคือ มีคอขวดในการ production งาน, มีรอยต่อในการวัดผลการทำงาน เช่น kpi ไม่ตรงกัน, การ optimize campaign ทำได้ช้าเนื่องจากสายงานบังคับบัญชา

Credit : https://www.isaca.org/
(2) Decentealize team คือแต่ละ Business units มีทีม marketing communication และ digital marketer คอยวางแผนแคมเปญ และทำ production ของตัวเอง ข้อดีคือมีการทำงานอย่างใกล้ชิด, kpi gear ไปทางเดียวกัน ข้อเสียคือ ต่างคนต่างทำ define corporage branding หรือ product positionไม่ clear, ใช้ budget แข่งกันเอง เป็นต้น

Credit : https://www.isaca.org/

แต่หลังจากปี 2018 เป็นต้นไป organization จะไม่แบ่งแยกระหว่าง marketing communication กับ digital strategy อีกต่อไป นักการตลาดทุกคนจะเป็น omni channel marketer การวัดผลแคมเปญต่างๆจะเป็นแบบ end-to-end


4. AI takes over messaging. การทำงานของ ai chat bot ต่างๆจะเข้ามาช่วยงานคนในด้าน messeging เต็มรุปแบบ ทั้ง faceboock messenger, line business connect, chat bot on website จะช่วยงานทั้งด้าน lead acquisition, aftersale service ได้เกือบ 100%

https://snatchbot.me/
Impact : งานด้าน call centre จะลดการใช้คนในการเปิด ticket/case ต่างๆ, การเก็บ lead/prospect data จะเก็บได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอการกรอก registration form หรือ contact form


5. New strategy with Influencer marketing(performance base) การใช้งานผู้มีอิทธิผลในsocial (influencer)จะเปลี่ยนไป จะมีการวัดผล efficiency ที่ละเอียดมากขึ้น, มี platform ที่สามารถ track performance ของ influencer ได้ละเอียด โปร่งใส, มีระบบ incentive ที่วัดผลได้ชัดเจน และมีระบบ social listening ที่สามารถวิเคราะห์ characteristic ของ influencer’s network/fans ได้ด้วย

ตัวอย่างการจัดการ Influencer ใน Buzzsumo.com
Impact : การจ้างงาน influencer แบบ quote ราคาจะลดน้อยลง, จะมีการวัดประสิทธิภาพของ influencer ถึง convert to customer หรืออาจจะไปไกลถึงมีการทำ revenue sharing model.


6. 360 customer data ระบบ crm ที่หมายถึงการเก็บข้อมูลแบบ 360 องศาจะละเอียดขึ้น มีการ consolidation data ทั้ง demographic+offline activity ต่างๆ เช่น purchasing value, transaction data+online activity เข้าด้วยกันเพื่อทำ big data marketing ได้ฉลาดขึ้น

ตัวอย่าง Customer dashboard ใน Emarsys
Impact : ต้องมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ละเอียดและหลากหลายมากขึ้น (micro-segmentation), ต้องมีการ personalisation สินค้าและบริการ หรือนำเสนอโปรโมชั่นหลากหลายให้ right time, right target & relevant และเครื่องมือประเภท bi (business intelligence ต้องดึงข้อมูลได้ครอบคลุมทุกๆ data source.


7. Data Enrichment, 2nd parties data exchange. จะมีเครื่องมือที่ช่วย identify anonymous lead, lead scoring มากมายทั้งจาก 1st party data source ของเราเองและจากผู้ให้บริการ enrich data


ตัวอย่างการทำ Data Enrichment ด้วย Clearbit
Impact : เราสามารถเติมข้อมูลลูกค้ากลุ่ม propect หรือ potentiel ได้จาก ip address, cookie id, email address เพื่อช่วยธุรกิจ b2b เช่นข้อมูลตำแหน่งงาน, ข้อมูล stake holder ในองค์กรนั่นๆได้

*หมายเหตุ* ผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างละเอียดส่งไปให้ทาง email กรุณา subscibe email ไว้นะครับ


8. Knowledge is Power : new Information architecture เป็นปีที่องค์กรใหญ่ๆ จะให้ความสำคัญกับการเก็บ information ต่างๆเป็นระบบมากขึ้น เพื่อประโยชน์ในการพัฒนา AI และเป็น knowledge Base สำหรับรองรับการเป็น digital workplace

Credit : Earley Information Science, Inc. All Rights Reserved.
Impact : องค์กรจะต้องการระบบ Digital asset management, Content management system ที่ฉลาดมากขึ้น, จะมีการออกแบบ digital governance ต่างๆ รวมทั้งการ set standardlization ในการจัดเก็บ content ไว้ใช้งาน, หน่วยงานการตลาดจะใช้ประโยชน์จาก Context marketing ได้ง่ายขึ้น

หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามผมได้ที่นี่กลุ่มนี้นะครับ  Marketing Tech Thailand

 

หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามผมได้ที่กลุ่ม >>  Marketing Tech Thailand
Digital Transformation Group

อ้างอิง
https://www.entrepreneur.com/article/305047
https://blogs.perficient.com/
http://earley.com
https://www.couchbase.com/

Facebook Comments