วัดผล Content Marketing Metricด้วย Jay Baer’s  4 data “buckets” model

วัดผล Content Marketing Metricด้วย Jay Baer’s 4 data “buckets” model

Jay Baer’s (เจย์ แบร์) นักเขียน New York Times best-selling  นักการตลาดได้ออกแบบ Framework การวัดผลการทำ Content Marketing ด้วย 4 data “buckets” model 

โดยเค้าแนะนำเรื่อง 4 types of content marketing metrics หรือ 4 รูปแบบการวัดผลการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งได้แก่
1. Consumption Metric เพื่อตอบคำถามว่า มีกี่คนที่เข้าถึงคอนเทนต์ของเรา?
การวัดผลในระดับ Analytic ที่เราวัดได้จาก  Google Analytics, YouTube หรือ Content Distribution อื่นๆ ได้แก่
– การวัดจำนวน Pageview
– จำนวนการ Download เอกสารต่างๆเช่น Whitepaper, E-Book
– จำนวน VDO Views ในช่องทางต่างๆ

Marketing Funnel : Shape of Glass

Marketing Funnel : Shape of Glass

ตอนนี้กำลังพยายาม researchว่า ถ้าเปรียบ Marketing Funnel เป็น Shape of Glass จะมีกี่รูปแบบ โดย

– แกนX คือจำนวน Audience ทั้งหมดใน Stage นั้นๆ
– แกน Y คือจำนวนวันที่ Audience อยู่ในแต่ละ Stage

เพื่ออยากหา Industry Benchmark และ assume ว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนที่ industry เดียวกัน จะมี Marketing Funnel : Shape of Glass ไม่เหมือนกัน

ใครสนใจอยากแชร์ข้อมูลให้ผม สามารถกรอก Assessment ได้ที่แบบฟอร์มนี้นะครับ

การ Personalization at Scale ด้วย 4Ds จาก Mckinsey

การ Personalization at Scale ด้วย 4Ds จาก Mckinsey

Mckinsey เสนอว่า 4Ds ที่จะช่วยขับเคลื่อน Personalization @ Scale ได้นั้น ต้องขึ้นอยู่กับ ability ขององค์กรนั้นๆได้ 4Dต่อไปนี้คือ

1. Data

สิ่งที่สำคัญคือ การ unify customer data จากทุกๆ platform

2. Decisioning

การมี decisioning engine โดยใช้ machine learning หรือ AI models เพื่อจะตัดสินใจในการสร้างข้อเสนอ หรือส่ง Personalization Experience ได้เลย ไม่ต้องรอนักการตลาดไปเขียน Rule-Based / Trigger ดักไว้แบบเดิม

3. Design

ในระดับนี้จำนวน Experiment ที่เกิดขึ้นจะทวีคูณ เป็นร้อยหรือพันรูปแบบตาม Micro-Segmentation

เราไม่สามารถเตรียม Material ของ Creative หรือ Content ต่างๆ ทำเป็น version เช่น A1, A2, B1, B2 รอในระบบได้อีกแล้ว

เราต้องแยก Content / Design เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ระบบ mixed and matched กันบน repository เช่น DAM Digital asset management หรือ creative optimization platform เช่น Adobe Creative Cloud

4. Distribution

ในระดับนี้โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็น Omni การ Personalization @ Scale จะต้องทะลุทะลวงไปทุกๆช่องทางได้เช่น

Marketing Automation ทำให้ธุรกิจ B2B จัดการ Sale funnel ดีขึ้นได้อย่างไร

Marketing Automation ทำให้ธุรกิจ B2B จัดการ Sale funnel ดีขึ้นได้อย่างไร

Marketing Automation ทำให้ธุรกิจ B2B จัดการ Sale funnel ดีขึ้นได้อย่างไร

SiriusDecisions บริษัท วิจัยและให้คำปรึกษา กลุ่มธุรกิจ B2B เสนอเรื่อง Sale funnel ไว้ว่า
โดยทั่วๆไปธุรกิจ B2B จะมี usual b-to-b scenario แบบสีแดงด้านซ้ายคือ
– ไม่มีกระบวนการ Lead nurturing
– หรือไม่มีกระบวนการ Lead qualification
กระบวนการนี้จะปล่อยให้ Lead 80% ไหลเข้ามาที่ Sale โดยตรง ทำให้ Sale ต้องรับภาระ Lead 100% ที่เข้ามา ทั้ง qualified และ unqualified (ไม่พร้อมปิดการขาย) ทำให้เป็นการใช้ Resource Sale อย่างไม่เหมาะสม ทำให้ถึงที่สุดแล้ว scentario นี้ Sale จะปิดได้แค่ 1Deal จาก 417 inquery ที่วิ่งเข้ามา

Personalization Marketing คืออะไร ตัวอย่าง Rules-based, Journey-based, และ Machine Learning

Personalization Marketing คืออะไร ตัวอย่าง Rules-based, Journey-based, และ Machine Learning

Personalization marketing คือการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งการสื่อสารข้อความแบบ Dynamic , การปรับรูปแบบบริการ (Service) ให้เหมาะสมกับ segmentation ต่างๆของลูกค้า หรือการปรับInterface, Layout ของ Frontend ต่างๆ และแม้แต่การนำเสนอสินค้าที่ลูกค้าน่าจะสนใจ (Related items) ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Personalization marketing